Single Column Posts

กันยายน 18, 2021

จังหวัดเชียงใหม่ จับกุมตัวผู้ต้องหาลักลอบเผาป่ารายที่ 3 ประกาศเพิ่มโทษหากเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ป่าสงวน

จังหวัดเชียงใหม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ในช่วง 51 วัน ห้ามเผาทุกชนิดอย่างเด็ดขาด ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 20 เมษายน 2561 หากมีผู้ใดก่อให้เกิดไฟขึ้นในพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นโทษที่ คสช. ได้ประกาศเพิ่มโทษหนักหากเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ป่าสงวน และเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์  จำคุก 4 – 20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ 

จังหวัดเชียงใหม่ จับกุมตัวผู้ต้องหาลักลอบเผาป่ารายที่ 3 ขณะที่ ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ กำชับให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทุกพื้นที่ เข้มงวดชาวบ้านที่มีการเข้าไปหาของป่าและล่าสัตว์ พร้อมเร่งสร้างความเข้าใจกับชุมชนถึงผลกระทบต่อตนเองและสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2561 เวลา 14.00 น. ชุดปฏิบัติการกรมการปกครอง ร่วมกับ กองร้อยอาสารักษาดินแดน อำเภออมก๋อย ที่ 19 พร้อมกับชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังหมอกควันไฟป่าอำเภออมก๋อย ได้ลาดตระเวนอยู่ในพื้นที่บ้านแม่ต๋อม หมู่ 5 ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ พบชายอายุ 68 ทราบชื่อว่า นายใบจั๋น สาครนิมิต ขณะกำลังทำการลักลอบเผา เพื่อหาของป่า โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการดับไฟและควบคุมตัวไว้ แล้วได้ส่งตัวให้ทางพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อหาและดำเนินคดีต่อไป ซึ่งถือเป็นรายที่ 3 ที่ฝ่าฝืนประกาศจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง กำหนดช่วงเวลาห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิดอย่างเด็ดขาด ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2561

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ในช่วง 51 วัน ห้ามเผาทุกชนิดอย่างเด็ดขาด ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 20 เมษายน 2561 หากมีผู้ใดก่อให้เกิดไฟขึ้นในพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นโทษที่ คสช. ได้ประกาศเพิ่มโทษหากเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ป่าสงวน และเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และหากเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ชุมชน จะใช้ พรบ.สาธารณสุข ถ้าเผาเกิน 25 ไร่ขึ้นไป ปรับ 200,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท จำคุก 4 – 20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ชี้เบาะแสการเผาเพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิด จะมีรางวัลนำจับรายละ 5,000 บาท สามารถแจ้งเหตุได้ที่ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 0-5311-2236 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำชับให้กำนันผู้ใหญ่บ้านในแต่ละพื้นที่ ที่มีรายชื่อผู้ขึ้นทะเบียนสำหรับคนที่จะเข้าไปหาของป่า ช่วยกันสอดส่องว่าใครเข้าไปในป่าช่วงไหนบ้าง รวมถึงให้เจ้าหน้าที่เร่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความเชื่อที่ผิดๆ ในการเผา เพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ ซึ่งเมื่อเกิดเพลิงไหม้จะทำให้ไฟลุกลามและยากต่อการควบคุม โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้และภูเขาสูง ขณะเดียวกัน ได้ขอความร่วมมือประชาชน ช่วยกันเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่บริเวณพื้นที่อยู่อาศัย ด้วยการรดน้ำต้นไม้ สนามหญ้า หรือพ่นละอองน้ำบนหลังคาที่อยู่อาศัย เพื่อลดมลพิษในอากาศอีกทางหนึ่ง
///////////////////////////////
อภิชาติ เฮงพลอย / ส.ปชส.เชียงใหม่
21 มีนาคม 2561