Single Column Posts

กันยายน 18, 2021

ปภ. รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ พร้อมเตือน ๑๒ จังหวัดภาคใต้รับมือฝนตกหนักในช่วงวันที่ ๑๘-๒๒ ม.ค. ๖๐

PNSOC600118001003901_18012017_105803
๑๘ มกราคม ๒๕๖๐ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า ฝนที่ตกหนักตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๐ ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีจังหวัดได้รับผลกระทบ ๑๒ จังหวัด รวม ๑๑๙ อำเภอ ๗๒๒ ตำบล ๕,๖๑๓ หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ ๕๓๑,๙๑๑ ครัวเรือน ๑,๖๒๑,๔๑๔ คน ผู้เสียชีวิต ๔๔ ราย สถานที่ราชการเสียหาย ๒๐ แห่ง ถนน ๑,๑๗๒ จุด คอสะพาน ๑๙๑ แห่ง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ๖ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ยะลา ระนอง ปัตตานี กระบี่ และชุมพร ยังคงมีสถานการณ์ใน ๖ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตรัง พัทลุง สงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และประจวบคีรีขันธ์ รวม ๒๗ อำเภอ ๑๔๘ ตำบล ๑,๐๘๖ หมู่บ้าน
จังหวัดพัทลุง มีสถานการณ์น้ำท่วมใน ๕ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน อำเภอเขาชัยสน และอำเภอบางแก้ว รวม ๗ ตำบล ๑๙ หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ ๒๗,๒๗๔ ครัวเรือน ๖๔,๐๑๘ คน อพยพประชาชนในพื้นที่อำเภอควนขนุน ๕ ครัวเรือน ๑๐ คน ผู้เสียชีวิต ๕ ราย
จังหวัดสงขลา มีสถานการณ์น้ำท่วมใน ๕ อำเภอ ได้แก่ อำเภอควนเนียง อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสิงหนคร อำเภอสทิงพระ และอำเภอระโนด รวม ๑๕ ตำบล ๘๒ หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ ๘,๘๘๐ ครัวเรือน ๒๖,๗๑๕ คน อพยพ ๑๙ ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต ๓ ราย
จังหวัดตรัง มีสถานการณ์น้ำท่วมใน ๒ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตรัง และอำเภอกันตัง รวม ๑๙ ตำบล ๑๑๙ หมู่บ้าน ๑ เทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ ๕,๒๔๒ ครัวเรือน ๑๘,๓๖๙ คน อพยพ ๓๓๑ ครัวเรือน ๑,๑๓๑ คน ผู้เสียชีวิต ๒ ราย
จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสถานการณ์น้ำท่วมใน ๕ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเวียงสระ อำเภอเคียนซา อำเภอบ้านนาสาร อำเภอบ้านนาเดิม และอำเภอพุนพิน รวม ๑๗ ตำบล ๕๐ หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ ๒,๓๒๙ ครัวเรือน ๗,๗๘๒ คน ประชาชนอพยพ ๕๗ ครัวเรือน ๑๕๕ คน ผู้เสียชีวิต ๙ ราย
จังหวัดนครศรีธรรมราช มีสถานการณ์น้ำท่วมใน ๖ อำเภอ ได้แก่ อำเภอชะอวด อำเภอหัวไทร อำเภอปากพนัง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเชียรใหญ่ และอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช รวม ๖๖ ตำบล ๕๗๖ หมู่บ้าน ๘๔ ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ ๑๓๑,๕๐๓ ครัวเรือน ๔๒๑,๓๒๙ คน อพยพ ๔๘ ครัวเรือน ๑๑๐ คน ผู้เสียชีวิต ๑๑ ราย
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีสถานการณ์น้ำท่วมใน ๔ อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางสะพาน อำเภอทับสะแก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอบางสะพานน้อย รวม ๒๓ ตำบล ๒๔๐ หมู่บ้าน ๒ เทศบาล ๒๕ ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ ๓๐,๘๑๐ ครัวเรือน ๖๖,๔๘๖ คน ผู้เสียชีวิต ๔ ราย
ภาพรวมสถานการณ์ในปัจจุบันระดับน้ำลดลงทุกจังหวัดแล้ว ทั้งนี้ ปภ. ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยทำความสะอาดบ้านเรือนสิ่งสาธารณประโยชน์ สถานที่ราชการ และซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค รวมถึงเส้นทางคมนาคมให้ใช้งานได้ตามปกติ ตลอดจนเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยที่ครอบคลุมทั้งด้านการดำรงชีพ ชีวิตและทรัพย์สิน การประกอบอาชีพและสิ่งสาธารณประโยชน์
อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ ๑๘-๒๒ มกราคม ๒๕๖๐ ประกอบกับยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งของภาคใต้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงประสาน ๑๒ จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ๑๑ สุราษฎร์ธานี และเขต ๑๒ สงขลา ระบายน้ำที่ท่วมขังลงสู่ทะเลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับฝนที่จะตกในระลอกใหม่ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดชุดเคลื่อนที่เร็ววัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที
ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย ๑๗๘๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว: วีระเดช คชเสนีย์
ผู้เรียบเรียง: ธนพิชฌน์ แก้วกา
แหล่งที่มา: สำนักข่าว
(http://thainews.prd.go.th/website_th/news/news_detail/TNSOC6001180010043)