Single Column Posts

พฤษภาคม 18, 2022

รื้อถอน แล้วจำนวน 7 ราย ที่ม่อนแจ่ม ดำเนินคดี กับนายทุนผู้ครองครองพื้นที่ 30 ราย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม บริเวณดอยม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมติดตามการดำเนินการรื้อถอน “รีสอร์ทไร่นาย” หลังมีคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากครอบครองพื้นที่ป่าสงวนโดยผิดกฎหมาย แต่ผู้ครอบครองไม่ดำเนินการรื้อถอนตามคำสั่ง

วันนี้ (19 ต.ค. 63) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม บริเวณม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมติดตามการดำเนินการรื้อถอน “รีสอร์ทไร่นาย” ซึ่งถูกดำเนินคดีเนื่องจากตรวจสอบพบว่า มีนายทุนรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศทำการลงทุนก่อสร้างที่พักและศาลาเก๋งจีนทรงแปดเหลี่ยมเพื่อเตรียมให้บริการนักท่องเที่ยว โดยได้ทำการซื้อที่ดินมาจากชาวบ้าน ซึ่งถือเป็นการเข้าครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโดยผิดกฎหมาย

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 (เชียงใหม่) นำโดยนายกมล นวลใย ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 (เชียงใหม่) ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ ดำเนินคดีผู้ครอบครองพื้นที่ดังกล่าวในข้อหายึดถือครอบครองหรือทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าโดยมิชอบด้วยกฎหมาย พร้อมทั้งได้ออกคำสั่งทางปกครองให้ผู้ครอบครองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2563 แต่ปรากฎว่าผู้ครอบครองไม่ดำเนินการรื้อถอนตามคำสั่งดังกล่าว สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 (เชียงใหม่) จึงได้บูรณาการกำลังอีกครั้งเพื่อเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ออกจากพื้นที่เพื่อเตรียมฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพป่าดังเดิม

สำหรับพื้นที่ม่อนแจ่ม เป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริม พื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ถือเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร และมีความอ่อนไหวต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมาก กรมป่าไม้ได้ดำเนินการสำรวจพบมีการเปิดบริการที่พัก รีสอร์ท จำนวนทั้งหมด 113 ราย ปัจจุบันสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 (เชียงใหม่) ได้ทำการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนจนผู้ประกอบการได้ปิดกิจการไปแล้ว 26 ราย ตรวจยึดพื้นที่ดำเนินคดี กับนายทุนผู้ครองครองพื้นที่ 30 ราย โดยได้ดำเนินการรื้อถอน ตามมาตรา 25 พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติแล้วจำนวน 7 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการพิจารณาจัดระเบียบของคณะกรรมการตามคำสั่งจังหวัดเชียงใหม่ โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายนนี้